วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2559

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2559

บทความโทษและโรคของบุหรี่


          โทษของบุหรี่ ทำเสี่ยงสารพัดโรค ยิ่งสูบมากก็ยิ่งตายไว แล้วพิษภัยอะไรบ้างที่สิงห์อมควันต้องเผชิญ รีบอ่าน รีบดับบุหรี่ในมือ

          ใคร ๆ ก็รู้ว่า "บุหรี่" มีพิษภัยร้ายแรงขนาดไหน แต่สิงห์อมควันหลายคนก็อ้างว่าพยายามเท่าไรก็ "เลิกไม่ได้" เสียที ถ้าใครเป็นหนึ่งในนั้น เราอยากให้คุณลองพยายามดูใหม่ เพราะองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในควันบุหรี่ เต็มไปด้วย นิโคติน (สารเสพติด), สารเคมี 7,000 ชนิด, สารพิษ มากกว่า 250 ชนิด และสารก่อมะเร็ง มากกว่า 70 ชนิด ยิ่งสูบบุหรี่นานเท่าไร คุณก็ยิ่งเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บที่บั่นทอนชีวิตของคุณให้สั้นลง ไม่ต่างจากไฟของบุหรี่ที่ค่อยมอด ๆ ลงเมื่อสูบไปนาน ๆ เลย

          วันนี้ กระปุกดอทคอม ขอนำข้อมูลมาย้ำให้ฟังกันชัด ๆ อีกครั้งว่า โทษของบุหรี่ ทำให้เกิดอาการและโรคอะไรได้บ้าง อ่านแล้วอาจจะช่วยกระตุ้นเตือนให้รู้สึกอยากเลิกบุหรี่เพื่อเป็นของขวัญให้กับชีวิตอีกสักครั้ง


มีโอกาสตาบอดถาวร

          ฟังดูอาจจะสงสัย แต่ขอบอกว่า การสูบบุหรี่มีโอกาสทำให้ตาบอดได้จริง เพราะผู้สูบบุหรี่จะเป็นต้อกระจกได้เร็วกว่าคนทั่วไป เนื่องจากสารพิษจะเร่งให้เลนส์ตาที่อยู่ข้างในลูกตาขุ่นมัว และเริ่มขุ่นมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่สูบ จนเกิดเป็นภาวะต้อกระจก หากไม่ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ก็จะตาบอด

          นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ยังก่อให้เกิดภาวะหลอดเลือดเลี้ยงจอเรตินาหรือจอประสาทตาตีบตันได้ ซึ่งจะส่งผลให้เซลล์ประสาทของจอประสาทตาขาดเลือดและตายไป ทำให้ตาบอดถาวร ไม่สามารถรับภาพหรือแสงได้


หลอดเลือดสมองตีบ-แตก-ตัน

          สารพิษอันน่ากลัวในควันบุหรี่จะทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบ แตก ตัน ซึ่งถ้าเกิดขึ้นกับหลอดเลือดส่วนที่ไปเลี้ยงสมอง ก็จะทำให้เป็นโรคสมองเสื่อม โดยมีงานวิจัยจากสถาบันอุดมศึกษาในลอนดอน ที่เคยลงตีพิมพ์ในเว็บไซต์เอบีซีนิวส์ ระบุว่า คนที่สูบบุหรี่จัดอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในเพศชาย ประสิทธิภาพของสมองจะเสื่อมเร็วกว่าผู้คนที่ไม่สูบบุหรี่ และจะมีระดับการทำงานของสมองเทียบเท่ากับคนที่แก่กว่า 10 ปี หรืออธิบายได้อย่างง่าย ๆ ว่า หากคุณอายุ 50 ปี และสูบบุหรี่ ประสิทธิภาพการทำงานของสมองของคุณจะเทียบเท่ากับคนอายุ 60 ปีที่ไม่สูบบุหรี่นั่นเอง

          อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่อาการสมองเสื่อมจะถามหาผู้สูบบุหรี่เท่านั้น แต่ถ้าหลอดเลือดในสมองตีบตันมาก ๆ เข้า จนเส้นเลือดในสมองแตก ก็ทำให้เป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ทุกข์ทรมานไปทั้งชีวิต


โรคหัวใจและหลอดเลือด

          บุหรี่จะทำให้หลอดเลือดหัวใจหดตัว มีการจับตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจตีบลง จนเกิดภาวะหัวใจขาดออกซิเจน เส้นเลือดหัวใจตีบ เมื่อเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ได้ จะเกิดอาการจุกเสียด เจ็บหน้าอก โดยเฉพาะเวลาออกกำลังกาย มีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันจนเสียชีวิตได้โดยไม่รู้ตัว


โทษของบุหรี่


โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ

          ปอดคืออวัยวะหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากการสูบบุหรี่ โดยจะทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง หายใจไม่สะดวก หลอดลมอักเสบ ปอดบวม โรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) เป็นโรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จนปอดส่วนใหญ่ถูกทำลาย อาจต้องใช้เครื่องออกซิเจนช่วยหายใจตลอดเวลา

          และที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ "โรคมะเร็งปอด" ซึ่งเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้น ๆ และส่วนใหญ่แล้ว ผู้ป่วยมะเร็งปอดร้อยละ 90 มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่นี่เอง อาการเริ่มต้นจากอาการไอแห้ง ๆ เป็นเวลานานตามมาด้วยอาการไอเรื้อรัง แต่ในบางคนอาจไม่พบอาการไอเลย มารู้ตัวอีกทีก็ตรวจพบมะเร็งในระยะลุกลามแล้ว ซึ่งผู้ป่วยร้อยละ 90 จะเสียชีวิตใน 1-2 ปีหลังจากเป็นโรค

          นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ ระบุว่า ผู้ที่สูบบุหรี่เพียงวันละ 1 ซองก็มีความเสี่ยงโรคมะเร็งปอดมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ถึง 10 เท่า และหากสูบวันละ 2 ซอง ก็เสี่ยงโรคมะเร็งมากกว่าคนไม่สูบบุหรี่ถึง 25 เท่า


โรคเกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้อ

          ผู้สูบบุหรี่จัด ๆ เสี่ยงต่อโรคกระดูกพุรนด้วย เพราะสารพิษในบุหรี่ โดยเฉพาะ "นิโคติน" จะไปขัดขวางเลือดที่ส่งไปเลี้ยงกระดูก และยังลดการดูดซึมแคลเซียม สิงห์อมควันจึงมีกระดูกเปราะ หักง่าย อีกทั้งยังมีอาการอักเสบของข้อ เอ็นกล้ามเนื้ออาจฉีกขาดได้ง่าย ซึ่งถ้าเป็นแล้วจะรักษาได้ยากกว่าคนทั่วไป และแผลก็จะหายช้าด้วย


โรคระบบทางเดินอาหาร

          การสูบบุหรี่ทำให้ติดเชื้อ Helicobacter pylori ได้ง่าย ซึ่งเชื้อนี้เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำจะมีโอกาสเกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นง่ายกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ เพราะสารเคมีในควันบุหรี่จะไปกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยออกมามากกว่าปกติ และแผลก็หายยากด้วย

          นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ยังเป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปากและหลอดอาหาร ยิ่งถ้าผู้สูบบุหรี่ดื่มแอลกอฮอล์ด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงโรคมะเร็งเหล่านี้สูงขึ้นไปอีก


โรคระบบทางเดินปัสสาวะ

          นิโคตินในบุหรี่จะไปทำลายกล้ามเนื้อที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้กล้ามเนื้อส่วนนี้อ่อนตัวลง ผู้สูบบุหรี่จึงมีโอกาสกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือ คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะเพิ่มขึ้น เพราะสารพิษสามารถดูดซึมเข้ากระแสเลือดและขับถ่ายออกทางกระเพาะปัสสาวะได้ การสูบบุหรี่จึงทำให้เยื่อบุกระเพาะปัสสาวะสัมผัสกับสารก่อมะเร็งโดยตรง


โทษของบุหรี่


เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

          สารพิษจากบุหรี่จะไปทำให้เส้นเลือดในร่างกายอุดตัน รวมทั้งเส้นเลือดขนาดเล็กที่ไปเลี้ยงประสาทที่เกี่ยวกับการควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะมีจำนวนอสุจิน้อยกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ด้วย สิงห์อมควันทั้งหลายจึงเผชิญปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ


หญิงตั้งครรภ์เสี่ยงแท้ง-ลูกในครรภ์เสี่ยงตาย

          หญิงตั้งครรภ์เป็นคนที่ต้องใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด แต่หากเป็นที่สูบบุหรี่อยู่ก่อนแล้ว และแม้ตั้งครรภ์แล้วก็ยังเลิกสูบไม่ได้ จะเป็นอันตรายต่อตัวเองและลูกในครรภ์เป็นอย่างมาก เพราะคุณแม่ตั้งครรภ์จะเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น รกเกาะต่ำ รกลอกตัวก่อนกำหนด ทารกคลอดก่อนกำหนด มีโอกาสเสี่ยงแท้งบุตรเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า หรือหากยังไม่ตั้งครรภ์ ผู้หญิงก็จะเผชิญภาวะมีบุตรยาก

          ส่วนเด็กในครรภ์เมื่อคลอดออกมาแล้วจะมีน้ำหนักน้อย พัฒนาการไม่สมบูรณ์ เพราะเติบโตช้าตั้งแต่ในครรภ์ มีโอกาสเสียชีวิตในขณะแรกคลอดสูงขึ้นมาก เพราะพิษจากบุหรี่สามารถถ่ายทอดจากกระแสเลือดของแม่ผ่านทางรกมายังทารกได้โดยตรง นอกจากนี้ หากเด็กกินนมแม่ เด็กจะได้รับสารนิโคตินจากนมแม่ด้วย และถ้ายังได้รับควันบุหรี่อยู่อย่างต่อเนื่อง เด็กจะมีโอกาสเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจและภาวะติดเชื้อในหูบ่อยขึ้น มีโอกาสเป็นโรคหอบหืดและโรคภูมิแพ้มากขึ้นอย่างชัดเจน


เลิกบุหรี่

สารพัดโรคมะเร็ง

          นอกจากโรคมะเร็งปอดที่ผู้สูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงสูงมาก ๆ แล้ว สิงห์อมควันทั้งหลายยังอาจจะได้รับของแถมเป็นโรคมะเร็งอวัยวะส่วนอื่น ๆ อีกเพียบ ทั้งมะเร็งช่องปาก มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งลำคอและกล่องเสียง มะเร็งหลอดลม มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับอ่อน มะเร็งตับ มะเร็งไต มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน

          สำหรับคุณผู้หญิง น่าตกใจไม่น้อยที่หลายปีหลังมานี้้พบผู้หญิงสูบบุหรี่กันมากขึ้น ซึ่งการสูบบุหรี่จะทำให้ผู้หญิงมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปถึง 4 เท่า เพราะการสูบบุหรี่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง มีผลให้เกิดการติดเชื้อไวรัสแปปปิวโลมาได้ง่าย ซึ่งปากมดลูกที่ติดเชื้อไวรัสตัวนี้ มีเปอร์เซ็นต์กลายเป็นมะเร็งปากมดลูกสูง นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ด้วย

          อีกหนึ่งของแถมที่คุณผู้หญิงจะได้จากการสูบบุหรี่ก็คือ โรคมะเร็งเต้านม นั่นเพราะการสูบบุหรี่จะไปทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีหน้าที่ในการป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมลดลง ผู้หญิงที่สูบบุหรี่จึงมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น


โทษของบุหรี่


อาการทางร่างกายอื่น ๆ

          นอกจากสารพัดโรคร้ายแล้ว บุหรี่ยังส่งผลต่อทุกระบบในร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีลักษณะหัวล้าน ผมหงอกเร็ว ใบหน้าเหี่ยวย่น ดูแก่เร็ว กลิ่นตัวเหม็น มีกลิ่นปาก ฟันผุ ฟันดำ เสียวฟันง่าย มีคราบบุหรี่ติดเหงือกและฟัน เหงือกร่น เป็นโรคเหงือกอักเสบร่วมด้วย เหนื่อยง่าย หอบง่าย เล็บเหลือง นิ้วเหลือง ท้องอืดแน่นเฟ้อ เบื่ออาหาร

          นอกจากนี้ หากเป็นแผลจะหายช้าด้วย เนื่องจากสารนิโคตินที่ร่างกายได้รับเข้าไปอยู่ในกระแสเลือด มีผลทำให้ออกซิเจนในเลือดต่ำลง ส่งผลให้บาดแผลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต้องใช้ระยะเวลารักษานาน รวมถึงบาดแผลจะมีขนาดใหญ่ขึ้นและแดงกว่าปกติ

          ไล่เรียงดูแล้ว เห็นแต่ความร้ายกาจของ "บุหรี่" ที่ทำร้ายทุกส่วนของร่างกายมากขนาดนี้ ยิ่งเจอข้อมูลจากกรมควบคุมโรคที่ระบุว่า "การสูบบุหรี่ 1 มวน จะทำให้อายุสั้นลง 7 นาที" ซ้ำเข้าไปอีก แบบนี้คงถึงเวลาต้องวางบุหรี่ในมือลงได้แล้วล่ะ เพราะยิ่งสูบบุหรี่มากเท่าไร ก็ยิ่งบั่นลมหายใจให้ค่อย ๆ หมดไปเท่านั้น

แบบทดสอบวิชาระบบฐานข้อมูลและการออกแบบ

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 1


1. ข้อใดต่อไปนี้ เป็นหน่วยที่เล็กที่สุด
    ก. ตาราง
    ข. ฐานข้อมูล
    ค. แอตทริบิวต์
    ง.เรคอร์ด
2. เอนทิตี้และแอตทริบิวต์ มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
    ก. เอนทิตี้จะเป็นส่วนย่อยภายใต้แอตทริบิวต์อีกทีหนึ่ง
    ข. เอนทิตี้มีได้มากกว่า 1 เอนทิตี้ ภายใต้แอตทริบิวต์ใด
    ค. เอนทิตี้เป็นข้อมูลแสดงลักษณะของแอตทริบิวต์
    ง. แอตทริบิวต์เป็นข้อมูลแสดงลักษณะของแอตเอนทิตี้
3.ผู้เขียนหนึ่งคนสามารถเขียนหนังสือได้เพียงหนึ่งเล่มเท่านั้น และหนังสือต้องมีผู้เขียนเพียงคนเดียว แสดงว่าเอนทิตี้ผู้เขียนและเอนทิตี้หนังสือมีความสัมพันธ์แบบใด
    ก. หนึ่งต่อหนึ่ง
    ข. หนึ่งต่อกลุ่ม
    ค. กลุ่มต่อหนึ่ง
    ง. กลุ่มต่อกลุ่ม
4. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
    ก. ในข้อมูล 1 ตาราง สามารถมี Primary Key ได้มากว่า 1 ฟิลด์
    ข. หิลด์ในอีกตารางหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับฟิลด์ที่เป็น Primary Key เรียกว่า Composite Key
    ค. ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่มเป็นความสัมพันธ์ที่พบมากที่สุดในระบบฐานข้อมูล
    ง. เมื่อนำฟิลด์หลายๆ ฟิลด์มารวมกัน จะได้เป็นเรคอร์ด
5. ข้อใดเป็นจุดประสงค์ในการออกแบบฐานข้อมูล
    ก. เพื่อเรียกใช้ข้อมูลในเวลาที่สั่นที่สุด
    ข. สามารถกำหนดลักษณะการเข้าถึงข้อมูลได้
    ค. ช่วยให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้ง่าย
    ง. ถูกทุกข้อ
6. ในการออกแบบฐานข้อมูลนั้น ขั้นตอนใดควรทำเป็นอันดับแรก
    ก. กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้ต่างๆ
    ข. กำหนดเอนทิตี้ทั้งหมดในฐานข้อมูล
    ค. กำหนดคีย์หลัก และแอตทริบิวต์ต่างๆ 
    ง. ทำการ Normalezation 
7. การกำหนดให้ไม่มีแอตทริบิวต์ที่ไม่ใช่คีย์ตัวใดขึ้นกับส่วนใดส่วนหนึ่งของคีย์ เป็นขั้นตอนการทำ Normaleze ขั้นใด
    ก. 1 st Normal Form
    ข. 2 nd Normal Form
    ค. 3 rd Normal Form
    ง. 4 th Normal Form
8. ฟิลด์ในอีกตารางหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับฟัลด์ที่เป็น Primary Key เราเรียกฟิลด์นั้นว่าอะไร
    ก. Foreing Key]
    ข. Composite Key
    ค. Candidate key
    ง. Primary Key
9. ขั้นตอนในการออกแบบฐานข้อมูล ข้อใดเรียงลำดับถูกต้อง
    1. กำหนดคิย์หลัก
    2. ทำการเปลี่ยนเอนทิตี้ที่ได้ไปอยู่ในรูปตาราง
    3. กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้ต่างๆ
    4. กำหนดเอนทิตี้ทุกตัวในระบบฐานข้อมูลนั้นๆ 
    ก. 1  2  3  4
    ข. 2  3  4  1
    ค. 4  1  3  2
    ง. 3  4  2  1
10. ข้อใดไม่ใช่จุดประสงค์ของการ Normalezation
    ก. ลดความซ้ำซ้นอของข้อมูลในตาราง
    ข. ทำให้การเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงสร้างของตารางในภายหลังทำให้ง่าย
    ค. ทำให้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฐานข้อมูลมีผลกระทบต่อแอพพลิเคชั่นที่เข้าถึงน้อยที่สุด
    ง. ทำการเปลี่ยนแปลงแอนทิตี้ที่ได้ไปอยู่ในตาราง


เฉลย แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 1


1. ตอบ  ค
2. ตอบ  ง
3. ตอบ  ก
4. ตอบ  ข
5. ตอบ  ง
6. ตอบ ข
7. ตอบ ข
8. ตอบ  ง
9. ตอบ  ค
10. ตอบ  ง